ผ้าม่านสำหรับห้องต่างๆ
รีโนเวท / ตกแต่งบ้าน / เทคนิคการแต่งบ้าน

4 ห้องในบ้านเหมาะกับผ้าม่านแบบไหนดี

สิ่งที่จำเป็นหลักจากการทาสีบ้านและการตกแต่งห้องให้ดูมีสไตล์สวยงามแล้ว สำคัญคือการติดตั้งผ้าม่านก้เป็นนองค์ประกอบสำคัญที่ไม่ควรมองข้ามไป

ด้วยเหตุนี้ผ้าม่านจึงเป็นสิ่งสำคัญในการตกแต่งห้องและยังช่วยในเรื่องป้องกันแสงสว่างที่ส่องเข้ามาทางหน้าต่าง การเลือกใช้วัสดุสำหรับนำมาทำเป็นม่านก็ย่อมจะต้องพิถีพิถันตามไปด้วย

ทั้งนี้ห้องแต่ละห้องก็จำเป็นจะต้องเลือกผ้าม่านที่ใช้วัสดุในการทำแตกต่างกันออกไป เพื่อประโยชน์ในการใช้งานให้เหมาะสมสำหรับห้องเหล่านั้น วันนี้เรามีเทคนิคดีๆ มาแนะนำให้คุณผู้อ่านได้ลองนำไปใช้กันดู ถ้าพร้อมแล้วไปดูพร้อมๆกันเลยจ้า

 

การเลือกม่านให้เหมาะกับห้องต่างๆ

1.ม่านที่เหมาะกับห้องครัว

ม่านสำหรับห้องครัวควรเป็นผ้าที่มีเนื้อผ้าบางเบา ไม่ทึบแสงเกินไปทั้งนี้ก็เพื่อให้ห้องมีอากาศถ่ายเท ดูโปร่งโล่งไม่อับทึบ นอกจากเลือกผ้าม่านที่ทำให้ห้องดูสว่างแล้ว

ควรเลือกม่านแบบที่สามารถถอดซักทำความสะอาดได้ง่ายด้วย เนื่องจากครัวเป็นจุดที่มีเขม่าควัน และมีโอกาสที่ผ้าม่านจะเลอะเทอะได้ง่ายที่สุด

สีที่เหมาะสมสำหรับใช้ทำผ้าม่านในห้องครัวอาจเป็นสีอย่างสีแดง สีเขียวหรือผ้าที่มีลักษณะลายผ้าเป็นตารางก็จะช่วยเพิ่มบรรยากาศให้เข้ากับห้องครัวมากยิ่งขึ้นห้องครัวบางห้องอาจมีส่วนที่เชื่อมโยงกับห้องรับประทานอาหาร

 

การเลือกม่านที่เป็นผ้าทอลายตกแต่งห้องรับประทานอาหาร ก็จะช่วยสร้างบรรยากาศห้องให้ดูมีความอบอุ่นมากยิ่งขึ้นสำหรับผู้อาศัยที่ไม่นิยมใช้ม่านแบบผ้าม่าน

ม่านมู่ลี่ก็เป็นตัวช่วยสำหรับบังแสงอีกชนิดที่เหมาะสมสำหรับห้องครัว ที่ต้องใช้ทำอาหารเมื่อใช้งานเป็นระยะเวลานานอาจมีคราบไอน้ำมันเกาะ

ด้วยลักษณะของ มูลี่ที่สามารถปรับช่องให้แสงผ่านได้ตามต้องการแล้ว ม่านมูลี่ยังทำความสะอาดง่าย เพียงใช้ฟองน้ำชุบน้ำสบู่แล้วเช็ดตามขอบร่องก็สามารถขจัดคราบน้ำมันที่เกิดจากการทำอาหารได้สะอาดหมดจด

การเลือกตำแหน่งติดตั้งม่านห้องครัวมีความสำคัญอย่างมาก คือควรดูให้มีระยะห่างจากเตาไฟพอสมควรเพื่อลดความเสี่ยงอันเกิดจากเปลวไฟ

 

2.ม่านที่เหมาะกับห้องนอน

จุดประสงค์หลักในการติดผ้าม่านห้องนอน คือเพื่อป้องกันแสงลอดผ่านเข้ามาและช่วยพรางสายตาให้ห้องมีความเป็นส่วนตัว เนื้อผ้าที่เหมาะสมจะนำมาทำม่านสำหรับห้องนอนควรเป็นผ้าเนื้อหนาและลักษณะม่านที่ใช้ควรเป็นม่านแบบสองชั้น คือมีม่านโปร่งสีขาวอยู่ด้านนอก

สำหรับสีสันที่เหมาะสมจะใช้กับห้องอย่างห้องนอน ควรเป็นสีที่ทำให้รู้สึกผ่อนคลายอย่างสีขาว สีฟ้าอ่อน สีเหลืองอ่อน สีครีม สีชมพู และสีที่ไม่เหมาะสมและไม่ควรอย่างยิ่งจะใช้เป็นผ้าม่านในห้องนอนคือสีแดงและสีดำ

เพราะสีแดงเป็นสีที่ดูร้อนเกินไปอาจทำให้รู้สึกกระสับกระส่ายไม่เหมาะสำหรับห้องที่ใช้เพื่อการพักผ่อน ส่วนสีดำทำให้ห้องดูทึบและมืดหม่นชวนให้รู้สึกหดหู่ไม่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับห้องนอน

ลักษณะชนิดผ้าม่านที่ใช้งานสะดวกสำหรับห้องนอนคือม่านจีบพับและม่านม้วน ทั้งนี้ก็เพราะม่านสไตล์นี้สามารถปรับลดขนาดเปิดช่องแสงได้ตามสะดวก

 

3.ม่านสำหรับห้องรับแขก

สำหรับห้องรับแขก หรือห้องนั่งเล่นในคอนโดที่ต้องติดม่าน โดยเฉพาะในเมืองไทยนิยมใช้ราวม่านแบบ 2 ชั้น ที่สามารถแขวนได้ทั้งม่านโปร่ง และม่านทึบที่สามารถกันแสงได้เกือบ 100%

เพราะเมืองไทยมีความจำเป็นต้องใช้ม่านทั้งสองแบบในช่วงโอกาสที่ต่างกันสำหรับม่านโปร่ง ที่มีเนื้อผ้าบางสามารถมองทะลุได้บ้าง จะใช้ปิดกรณีที่ต้องการกันแสงสะท้อนรบกวนสายตา

ในขณะเดียวกันก็ยังสามารถมองเห็นวิวระเบียง และไม่ทำให้ห้องดูอึดอัด เหมาะกับการใช้งานในช่วงที่ต้องต้อนรับแขกส่วนม่านทึบ หรือม่านกึ่งทึบ ที่กันแสงแดดได้มาก มักจะปิดเพื่อกันแสงแดดแรง ๆ

หรือในช่วงที่ดูทีวี เนื่องจากแสงแดดจะสะท้อนกับจอทีวี มองภาพไม่ชัด แต่เราไม่ค่อยนิยมกางในช่วงที่แขกมา เนื่องจากจะทำให้คอนโดที่ดูแคบอยู่แล้วอึดอัดเข้าไปอีก สำหรับสีสันที่เลือกใช้ควรเป็นสีโทนอ่อน เรียบ

 

หรือมีลวดลายในเนื้อผ้าบ้างเล็กน้อย เช่น ลายดอกไม้ดอกเล็กที่ให้ความรู้สึกอ่อนหวาน ชวนให้รู้สึกผ่อนคลาย ข้อควรระวังคือไม่ควรเลือกลายผ้าที่มองนาน ๆ แล้วรบกวนสายตา เช่น ลายตาราง ลายก้นหอย

และสีที่เลือกใช้ก็ไม่ฉูดฉาดจนเกินไป ทั้งนี้ก็เพื่อบรรยากาศที่รู้สึกผ่อนคลายยามนั่งพักผ่อน นอกจากนี้แล้วเพื่อความสวยงามม่านห้องรับแขกอาจเป็นม่านที่ทำจากเนื้อผ้าพิเศษ

ที่มีความหรูหราอย่างผ้าซาติน ผ้าไหม ผ้ากำมะหยี่และมีการตกแต่งด้วย เชือก ด้ายถัก เหล่านี้จะช่วยเติมความสวยงามให้ห้องนั่งเล่นดูน่าพักผ่อนและทำกิจกรรมมากยิ่งขึ้น

 

4.เลือกม่านที่เหมาะกับห้องน้ำ

สำหรับห้องน้ำแล้ว แม้จะเรียกว่าม่านแต่วัสดุที่ใช้สำหรับทำม่านห้องน้ำควรหลีกเลี่ยงการใช้ผ้าในการทำเป็นอย่างยิ่ง เพราะความชื้นในห้องน้ำมักทำให้ม่านที่ใช้วัสดุหลักเป็นเนื้อผ้าเป็นที่หมักหมมของกลิ่นอันไม่พึงประสงค์

ในขณะเดียวกันหากมีละอองน้ำกระเซ็นมาโดนก็ทำให้เกิดเชื้อราได้ง่าย เพื่อป้องกันปัญหาดังกล่าวควรเลือกใช้มูลี่และม่านแบบพลาสติกเพื่อช่วยบังแสงและช่วยกั้นพื้นที่ให้ดูเป็นสัดส่วน

เหมาะสมสำหรับห้องน้ำที่ควรให้มีแสงแดดส่องลอดเข้ามาประมาณ 80% ทั้งนี้ก็เพื่อช่วยลดความอับชื้นอาจกล่าวได้ว่า หลักเกณฑ์สำคัญที่ผู้อาศัยต้องพิจารณาในการเลือกผ้าม่าน

 

หรือเทคนิคการแต่งบ้านมีอยู่ 2 ข้อใหญ่ คือ ต้องเลือกประเภทของม่านให้เหมาะสมกับห้อง และ สีสันของผ้าม่านต้องเข้ากันกับห้องโดยภาพรวม การเลือกใช้สีเป็นอีกข้อสำคัญที่ไม่ควรละเลย

เมื่อเลือกประเภทม่านเข้ากันกับห้องแล้วการเลือกสีผ้าม่านก็จำเป็นจะต้องดูบริบทสีของเฟอร์นิเจอร์ตลอดจนสีของผนัง วอลเปเปอร์

ต้องผสมกลมกลืนและเข้ากันได้ดีกับสีม่านทั้งนี้ก็เพื่อภาพรวมที่ออกมาดูเก๋ มีสไตล์สะท้อนถึงรสนิยมของผู้อยู่อาศัยนั่นเอง ได้เทคนิคในการเลือกผ้าม่านกันแล้ว ลองนำไปเลือกใช้ผ้าม่านให้เหมาะสมกับห้องกันนะคะ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *